1. เช็กว่าจุดรับรถอยู่ตรงไหนของสนามบิน
คำว่า “รับรถสนามบิน” ไม่ได้แปลว่ารถจะจอดอยู่หน้าประตูผู้โดยสารเสมอไป บางบริการจะนัดรับที่อาคารผู้โดยสาร บางแห่งมี shuttle ไปที่ลานจอด หรือบางครั้งรับรถในโซนใกล้สนามบินแทน ดังนั้นก่อนจองควรถามให้ชัดว่าต้องเดินไปตรงไหน ใช้เวลารอประมาณกี่นาที และมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับอย่างไร
2. เตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนวันเดินทาง
โดยทั่วไปการเช่ารถจะต้องใช้ใบขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุ เอกสารยืนยันตัวตน และข้อมูลการจองที่ตรงกับผู้รับรถจริง หากต้องการให้รับรถได้เร็ว ควรเตรียมเอกสารและตรวจสอบชื่อผู้จองให้เรียบร้อยล่วงหน้า จะช่วยลดเวลาหน้างานได้มาก
3. ดูช่วงเวลาไฟลต์และความยืดหยุ่นในการรับรถ
ลูกค้าที่เดินทางด้วยไฟลต์เช้าหรือไฟลต์ดึกควรถามเรื่องเวลารับรถให้ชัด เพราะบริการบางแห่งรองรับทุกเวลา แต่บางแห่งอาจมีค่าบริการเพิ่มในช่วงดึกหรือเช้ามาก การแจ้งเวลาไฟลต์และเวลารับรถโดยประมาณล่วงหน้าจะช่วยให้ทีมงานเตรียมรถได้ตรงกับการเดินทางมากขึ้น
4. เปรียบเทียบราคาแบบ “รวมทั้งหมด” ไม่ใช่ดูแค่รายวัน
หลายคนดูแค่ราคาเริ่มต้นต่อวัน แต่ลืมดูเรื่องมัดจำ จุดรับ–คืนรถต่างจุด หรือค่าบริการเพิ่มเติมถ้ารับรถที่สนามบินโดยตรง วิธีที่ดีที่สุดคือดูยอดรวมโดยประมาณก่อนยืนยัน และถามให้ครบว่ามีค่าใช้จ่ายใดที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มหรือไม่
5. เลือกรถให้เหมาะกับจำนวนคนและสัมภาระ
ถ้าลงเครื่องมาพร้อมครอบครัวหรือกระเป๋าเดินทางหลายใบ การเลือกรถเล็กเกินไปจะทำให้การเดินทางต่อเหนื่อยกว่าที่คิด ควรดูจำนวนที่นั่ง พื้นที่เก็บสัมภาระ และลักษณะการใช้งานจริง เช่น ถ้าต้องออกต่างจังหวัดต่อหรือมีผู้สูงอายุร่วมเดินทาง รถที่ขึ้นลงง่ายอาจตอบโจทย์กว่า